Facebookหน้าแรก|บุคลากร|ข่าวประชาสัมพันธ์|เอกสารดาวน์โหลด|บทความและผลงานวิชาการ|ภาพกิจกรรม|วิดีโอกิจกรรม|สมุดเยี่ยม|แผนที่view 40088 View view 54.198.143.210 rss feed
 
 
บทความเรื่อง :  เหลียวหลังแลหน้าการจัดการเรียนรู้ของครูไทย บันทักเมื่อ 19/07/2017 ( 210)

                    เหลียวหลังแลหน้าการจัดการเรียนรู้ของครูไทย

 ดาวเด่น เหลาผา: รองผู้อำนวยการโรงเรียนเชียงกลมวิทยา

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ในการจัดการเรียนรู้ สิ่งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องคำนึงถึง คือ จัดการเรียนรู้ไปแล้วต้องการให้เกิดอะไรในตัวผู้เรียน เมื่อกรอบในการจัดการศึกษาได้ยึดโยงกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขึ้นพื้นฐาน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องคำนึงว่า ตามหลักสูตรมีจุดมุ่งหมายประการใดที่ต้องการให้เกิดในตัวผู้เรียน ทั้งนี้เพื่อนำจุดมุ่งหมายนั้นมาเป็นเป้าของการจัดการเรียนรู้ ในความเป็นจริงในทางปฏิบัติ การจัดการเรียนรู้ถูกแยกย่อยอออกเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระซึ่งมีธรรมชาติของรายวิชาที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่างกันออกไป แต่ในภาพรวมผู้เรียนต้องเกิดคุณลักษณะตามจุดมุ่งหมาย เกิดสมรรถนสำคัญที่ยืนยันได้ว่าการจัดการเรียนรู้ได้เป็นไปตามมาตรฐานการเรียนรู้ และเกิดคุณลักษณะอันพึงประสงค์อันเป็นเครื่องยืนยันว่าผู้เรียนเป็นทั้งคนดี คนเก่ง และคนมีความสุข

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็นจุดหมาย เพื่อให้ผู้เรียนเมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้                                                                                                                                     

1. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง   มีวินัยและปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง                                                                                           

2. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยี  และมีทักษะชีวิต                                         

3. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกำลังกาย                                                                

4. มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก  ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระกษัตริย์ทรงเป็นประมุข

5. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย   การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม  มีจิตสาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข 

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ ซึ่งการพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุมาตรฐานดังกล่าว จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ      

1. ความสามารถในการสื่อสาร หมายถึง ใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเอง เพื่อเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม                                

2. ความสามารถในการคิด หมายถึง รู้จักคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ และคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ เพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา หมายถึง เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคมแสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผลคุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ รวมทั้งตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม                                                                                                        4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต หมายถึง ใช้กระบวนการต่าง ๆ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เรียนรู้ด้วยตนเองต่อเนื่อง ทำงานและอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล จัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆอย่างเหมาะสม รู้จักปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมสภาพแวดล้อม และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น                    

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี หมายถึง รู้จักเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคมในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้องเหมาะสมและมีคุณธรรม                   

นอกจากจุดหมาย สมรรถนะสำคัญแล้ว หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยังมุ่งพัฒนานักเรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ดังนี้

1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์   2. ซื่อสัตย์สุจริต  3. มีวินัย  4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. รักความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ(กระทรวงศึกษาธิการ, 2551:5-7)

ครูผู้จัดการเรียนรู้ควรนำสามส่วนสำคัญของตามหลักสูตรดังกล่าวมา เป็นจุดตั้งต้นในการพัฒนาผู้เรียน ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แต่ละชั่วโมงจะมีจุดประสงค์ของแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้เป็นส่วนย่อย แต่สามส่วนตามหลักสูตรทั้ง จุดหมาย สมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์คือความสำเร็จภาพรวมซึ่งจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเกิดการต่อจิ๊กซอร์ที่เป็นความสำเร็จตามจุดประสงค์ของแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ของครูทุก ภาพมวลรวมแห่งความสำเร็จที่งดงามจะประจักษ์ในตัวผู้นักเรียนแต่ละคน

ในการจัดการเรียนรู้ของครู มีความเกี่ยวข้องกับทฤษฏีการเรียนรู้ต่าง ๆ ซึ่งครูต้องนำมาพิจารณาเพื่อให้การจัดการเรียนรู้บรรลุจุดประสงค์ในแต่ละครั้ง

อารีย์ พันธ์มณี (2542) กล่าวถึงทฤษฏีการเรียนรู้สรุปได้ว่า การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ต้องมีเงื่อนไขและการสร้างสถานการณ์เมื่อเด็กเกิดการเรียนรู้ก็จะให้การเสริมแรงพฤติกรรมที่ต้องการทันที เพื่อให้มั่นใจว่าพฤติกรรมนั้นเป็นพฤติกรรมที่แสดงถึงการเรียนรู้ที่ต้องการ ดังนั้นในการจัดการเรียนการสอนต้องยึดหลักการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงจัดสถานการณ์ให้สอดคล้องกับความพร้อมของผู้เรียนและเน้นให้ผู้เรียนรู้คุณค่าและตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งที่เรียนและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้อง

                กิติยวดี  บุญซื่อ และคณะ (2542:) การจัดการเรียนรู้อย่างมีความสุขต้องประกอบไปด้วย หลักการประสานรอบ และองค์ประกอบกระบวนการประสานสมัย โดย หลักการประสานรอบ คือ จัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างความรักและศัทธาเห็นคุณค่าของการเรียนรู้ เปิดประตูสู่ธรรมชาติ มุ่งมาดมั่นคง ดำรงรักษ์ไมตรีจิต ชีวิตที่สมดุล ส่วนองค์ประกอบกระบวนการประสานสมัย คือ การเชื่อว่าเด็กแต่ละคนได้รับการยอมรับว่าเป็นมนุษย์ที่มีหัวใจและสมอง ครูต้องมีเมตตา อ่อนโยนและจริงใจกับเด็กทุกคน บังเกิดผลในทางดีงาม เมื่อเด็กมีความรักและภูมิใจในตนเอง รู้จักปรับตัวได้ทุกที่ทุกเวลา เด็กแต่ละคนมีโอกาสเลือกเรียนตามความถนัดและความสนใจ บทเรียนสนุกแปลกใหม่ให้อยากรู้ อยากค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม สิ่งเรียนรู้สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

                การสร้างกระบวนการเรียนการสอนให้เกิดความสุข

1.             บทเรียนเริ่มจากง่ายไปหายาก คำนึงถึงวัย/วุฒิภาวะและความสามารถในการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญ

2.             วิธีการเรียนรู้สนุก ไม่น่าเบื่อ และตอบสนองความสนใจใคร่รู้ของนักเรียนเป็นสำคัญ

3.             ทุกขั้นตอนของกระบวนการเรียนรู้มุ่งพัฒนาและส่งเสริมกระบวนการคิดในแนวต่าง ๆ

4.             แนวการเรียนรู้สอดคล้องและสัมพันธ์กับธรรมชาติเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สัมผัสความงามของสรรพสิ่งรอบตัว ไม่จำกัดสถานที่หรือเวลาและทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเรียนเท่าเทียมกัน

5.             มีกิจกรรมหลากหลาย สนุก ชวนให้ผู้เรียนสนใจต่อบทเรียนนั้น ๆ สร้างขวัญและกำลังใจเชิงสร้างสรรค์

6.             สื่อที่ใช้ประกอบการเรียนรู้เข้าใจตรงตามเป้าหมาย ซึ่งกำหนดไว้ว่า ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ชัด (Learn to Know) เรียนจนทำได้ (Learn to Do) และเรียนเพื่อที่จะเป็น (Learn to Be)

7.             การประเมินผล มุ่งพัฒนาเด็กในภาพรวมมากกว่าพิจารณาผลการทดสอบทางวิชาการและเปิดโอกาสให้เด็กได้ประเมินตนเองด้วย

ผู้ที่จะตอบได้ดีว่าการจัดการเรียนรู้ในแต่ละห้องเรียนของครูประสบความสำเร็จหรือไม่นอกจากตัวครูเองแล้ว นักเรียนก็เป็นส่วนหนึ่งที่ครูต้องสังเกต สอบถาม หรือทำการวัดผลและประเมินผล

Merrill Harmin(อ้างถึงใน เตือนใจ ตันงามตรง. 2546:17-19) ได้เสนอแนวคิดเพื่อพิจารณาว่าห้องเรียนมีนักเรียนที่มีคุณภาพทั้งในเชิงสร้างสรรค์และมีความสุขในการเรียนรู้ โดยสังเกตคุณสมบัติ 5 ประการ ซึ่งเรียกว่า เดสกา (DESCA: Dignity, Energy, Self-Management, Community, Awareness)

ความภาคภูมิใจ (Dignity) ผู้เรียนมีความเชื่อมั่นและภาคภูมิใจในตนเอง และความสามารถของตนเอง มีความแข็งแกร่งภายใน รู้สึกมั่นคงและสบายใจเมื่อนั่งอยู่ในห้องเรียน ไม่กังวลที่จะทำให้ทุกคนพอใจหรือจะต้องชนะในทุกเกม

พลัง (Energy) ผู้เรียนมีงานทำอยู่เสมอ ไม่มีเวลาว่าง มีส่วนร่วมตลอดเวลา ไม่นั่งง่วงหงาวหาวนอน หรือกระวนกระวายที่ถูกบังคับให้เรียน หากแต่เรียนอย่างสบาย ๆ

การจัดการตนเอง (Self-Management) ผู้เรียนบริหารจัดการตนเอง กระตุ้น และรับผิดชอบตนเอง ไม่ต้องรอรับคำสั่งที่เป็นรายละเอียด

ความเป็นชุมชน (Community)  ผู้เรียนมีสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน มีความสัมพันธ์อันดีกับครูและผู้บริหาร พร้อมที่จะรับฟังความเห็นซึ่งกันและกัน เคารพซึ่งกันและกัน ช่วยกันแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่แยกตัวอยู่เพียงลำพัง และไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อผู้อื่น

การมีสติรับรู้ (Awareness) ผู้เรียนเป็นคนตื่นตัว ช่างคิดและรู้อยู่ตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไรและเกิดอะไรขึ้นอยู่ในห้องเรียน ผู้เรียนจะมีสมาธิ มีความคิดสร้างสรรค์ ไม่รู้สึกเบื่อ ผู้เรียนเรียนอย่างมีชีวิตจิตใจ ปรับตัวเข้ากับการเคลื่อนไหวของห้องเรียน ความคิด ความรู้สึกของตนเอง และความคิดเห็นของบุคคลอื่น

สิ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ของครู คือ วิธีการสอนของครู ทิศนา แขมมณี (2542) ได้กล่าวว่า การที่ผู้สอนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีสอนยิ่งมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งช่วยให้มีทางเลือกมากขึ้นเท่านั้น หากผู้สอนมีการเลือกและใช้วิธีสอนที่หลากหลาย นอกจากจะช่วยให้การสอนบรรลุผลได้มากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ผู้เรียนไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการเรียนรู้ที่ต้องจำเจด้วยวิธีที่จำกัด การใช้วิธีสอนที่หลากหลายจะช่วยให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียนอยู่เสมอ

นอกจากครู นักเรียน วิธีการจัดการเรีนรู้แล้วปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่ส่งเสริมให้การจัดการเรียนรู้ประสบความสำเร็จ คือ บรรยากาศในชั้นเรียน ผู้มีส่วนในการสร้างบรรยากาศในชั้นเรียนที่สำคัญที่สุดคือครูผู้สอน ชาญชัย  อาจิณสมาจาร (2545) ได้กล่าวว่า พฤติกรรมของครูมีความสัมพันธ์กับบรรยากาศในชั้นเรียน และผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน ครูเป็นผู้สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ในทางบวก โดยการสร้างชั้นเรียนให้เป็นสถานที่อันปลอดภัย เป็นระเบียบ สามัคคี และมีความเป็นมิตรในการทำงาน ซึ่งการสร้างบรรยากาศเหล่านั้น ครูจะต้อง เป็นตัวอย่างในเจตคติและพฤติกรรมทางบวกและสร้างสรรค์ต่อนักเรียน เพื่อนร่วมงาน และผู้ปกครอง ครูต้องใช้อำนาจอย่างยุติธรรม ครูต้องให้ความอบอุ่นและการสนับสนุน ส่งเสริมความคิดหรือความร่วมมือตามความเหมาะสม ครูต้องกระตุ้นให้นักเรียนได้เรียนรู้ และให้ทางเลือกแก่นักเรียนในกระบวนการเรียนรู้

ความรู้ทางทฤษฏีต่างๆ แม้จะเป็นความจริงสิ่งแท้แต่การนำไปใช้ก็จำเป็นต้องพิจาณาสถานการณ์ สภาวะการเปลี่ยนแปลง และบริบทซึ่งปรากฏในปัจจุบัน

แนวทางการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เป็นสิ่งที่ครูต้องคำนึง เพื่อปรับการจัดการเรียนรู้ให้ทันกับความรวดเร็วของการเปลี่ยนแปลงของบริบทที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ประกอบกับแนวคิด การศึกษาในยุคไทยแลนด์ 4.0  ซึ่ง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ (2560) ได้เสนอแนะว่า

การศึกษาในยุค Thailand 4.0มีความหมายมากกว่าการเตรียมความพร้อมของคนหรือให้ความรู้กับคนเท่านั้น แต่เป็นการเตรียมมนุษย์ให้เป็นมนุษย์ กล่าวคือ นอกจากให้ความรู้แล้ว ต้องทำให้เขาเป็นคนที่รักที่จะเรียน มีคุณธรรม และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ด้วย นั่นก็คือการสร้างคนให้มีทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยเน้นทักษะในการคิดวิเคราะห์เป็นหลัก ในขณะเดียวกัน Thailand 4.0 คือ การพัฒนาประเทศให้มีความทันสมัย มีรายได้มากขึ้น และก้าวพ้นจากกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง โดยจะต้องผลิตนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเป็นฐานในการพัฒนาประเทศ และต้องสามารถติดต่อค้าขายกับนานาประเทศได้ด้วย

ในศตวรรษที่ 21 กระบวนการจัดการเรียนรู้ มีความพยายามที่จะเปลี่ยนบทบาทครูจากผู้บรรยายมาเป็นครูผู้ออกแบบกิจกรรมในการจัดการเรียนรู้เพื่อให้นักเรียนใช้สร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง ครูเป็นผู้อำนวยความสะดวก และเสนอแนะเครื่องมือการเข้าถึงองค์ความรู้โดยเฉพาะผ่าน Technology <

 
 
 
 
เชื่อมโยงภายใน
- ทำเนียบบุคลากร
- ข่าวประชาสัมพันธ์จากหน่วยงาน
- อัลบั้มรูปกิจกรรม
- อัลบั้มวิดีโอ
- เอกสารดาวน์โหลด

- เผยแพร่ผลงานวิชาการและบทความที่น่าสนใจ
- ผลงานดีกิจกรรมเด่น
- แผนที่การเดินทาง
- ผู้ดูแลระบบ
โรงเรียนเชียงกลมวิทยา
241 หมู่ 1 ต.เชียงกลม อ.ปากชม จ.เลย 42150  เบอร์โทรติดต่อ  042075075,Fax 042075131
ติดต่อผู้ดูแล (ครูวัชระ บุญมี) watchara@ck.ac.th
Facebook    rss feed

เว็บไซต์นี้ขับเคลื่อนโดย NKINFOWEB V3 demo